รู้ไหมว่าการออกกำลังกายช่วยลดความอยากบุหรี่ได้

รู้ไหมว่าการออกกำลังกายช่วยลดความอยากบุหรี่ได้

การออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย แถมยังเป็นผลที่ดีต่อคนที่สูบบุหรี่ให้สามารถลดความอยกาบุหรี่ลดลงได้

เพราะการสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของตนเองแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของตนเอง รวมไปถึงสุขภาพร่างกายของคยรอบข้างได้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นหากว่าต้องการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเอง การออกกำลังกายจึงถือว่าเป็นวิธีการดูแลสุขภาพร่างกายที่ดีอีกอย่างหนึ่ง สำหรับผู้หญิงบางคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย จะเป้นผลดีมากๆ เพราะจะทำให้ปอดสะอาด มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีอายุที่ยืนยาว ไม่เกิดเป็นโรคถุงลมโป่งพองต่ำ แต่ถ้าหากว่าเป็นคนที่ติดบุหรี่อยู่ละก็ การจะเลิกบุหรี่ก็สามารถทำได้ ด้วยการออกกำลังกาย

ซึ่งการออกำลังกายมันสามารถช่วยลดบุหรี่ ลดความอยากให้ลดลงได้ ส่งผลทำให้อาการอยากนิโคตินที่มีอยู่มากลดลงไปด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงแนะนำการออกกำลังกาย ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ อย่างการ วิ่งจ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก การออกกำลังกายด้วยกีฬาชนิดต่างๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวร่างกายบ้าง

เมื่อเราออกกำลังกาย มันจะช่วยให้หัวใจได้ทำงานสูบฉีดเลือด เพื่อไปช่วยเลี้ยงทั่วร่างกาย และสมอง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้มีสุขภาพที่ดี รวมไปถึงบุคลิกภาพที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นหากว่ามีความต้องการอยากสูบหรี่ ลองหันมายืดเส้นยืดสายตามร่างกาย เพื่อลดความอยากจะสูบบุหรี่ให้ลดลง เพื่อสุขภาพร่างกายของตนเอง

ขอบคุณบทความจาก : women.thaiza.com

การกระตุ้นร่างกายและเซลล์ผิวด้วยการออกกำลังกาย

การกระตุ้นร่างกายและเซลล์ผิวด้วยการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะสามารถช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของเราได้แล้ว ยังสามารถช่วยให้ผิวพรรณสดใสควบคู่กันด้วย สามารถช่วยกระตุ้นผิวหนังให้มีการผลัดเซลล์ผิวได้ด้วย

การดูแลผิวพรรณนอกจากเราจะดูเพิ่มความสวยสดใส ด้วยการใช้เครื่องสำอางแต่งแต้มลงไปที่ผิว แต่ถ้าหากว่าปัญหาการไหลเวียนเลือดของร่างกายไม่ดี ผิวพรรณก็จะไม่สดใสเหมทอนเดิม หากว่าร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว นั่งทำงานนานๆก็จะส่งผลไปยังการไหลเวียนเลือดของร่างกาย เพราะว่าเส้นเลือดฝอยของร่างกายจะมีความสำคัญมากๆ เพื่อช่วยรับออกซิเจนและสารอาหารเพื่อช่วยไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย แต่ถ้าหากว่าเกิดการอุดตันขึ้นมา ก็จะส่งผลไปยังเซลล์ต่างๆของร่างกาย รวมถึงสุขภาพร่างกาย และผิวได้ค่ะ

เพราะฉะนั้นการดูแลร่างกาย เพื่อจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดของร่างกายเป็นปกติ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่หันมาออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งการออกกำลังกายจะทำพให้อุณหภูมิของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นมันจึงช่วยไปกระตุ้นเอนไซม์ของร่างกายให้สามารถทำงานดีกว่าเดิม การออกกำลังกายนอกจากเราจะได้รับประโยชน์ทางด้านผิวพรรณ และยังช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้มีกล้ามเนื้อที่ร่างกาย ช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย จากการเกิดโรค อาการเจ็บป่วยได้ด้วยค่ะ

เพียงแค่ออกกำลังกาย ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์มากมาย ช่วยเรื่องการดูแลรูปร่าง ผิวพรรณ และสุขภาพด้วยค่ะ รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นประจำกันนะ

ขอบคุณบทความจาก : women.thaiza.com

รู้ไหมว่าการหายใจช้าๆ ช่วยให้อายุยืนยาวกว่าเดิม

รู้ไหมว่าการหายใจช้าๆ ช่วยให้อายุยืนยาวกว่าเดิม

การหายใจซึ่งมีความสำคัญต่อร่างกาย เพื่อช่วยให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งการหายใจช้าๆนั้น ยังเป็นผลดีสามารถช่วยให้มีอายุที่ยืนยาวมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการหายใจโดยปกติของมนุษญ์เรานั้น จะหายใจอยู่ที่ 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งมีความแตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่ๆ ที่มีการหายใจถี่ๆ และจะมีอายุขัยที่สั้นกว่ามนุษย์ ที่หายใจช้าด้วยค่ะ

การหายใจของหนู ซึ่งจะหายใจประมาณ 100 – 200 ครั้งต่อนาที โดยอายุของหนูจะอยู่ได้ประมาณ 3 ปีเท่านั้นเอง ส่วนนกกระจอก จะหายใจประมาณ 90 ครั้งต่อนาที โดยจะมีอายุอยู่ที่ 10 ปี ส่วนแมว จะหายใจ ประมาณ 30 ครั้งต่อนาที จึงทำให่มีอายุประมาณ 13 ปี สำหรับสุนัข การหายใจจะหายใจประมาณ 15 – 25 ครั้งต่อนาที จึงมีอายุ 15 ปี  ช้าง จะหายใจ 5 – 6 ครั้งต่อนาที จึงมีอายุ 70 ปี ส่วนเต่านั้นจะถือว่ามีอายุยืนมากๆ โดยจะมีอายุมากถึง 250 ปี เพระว่าเต่าจะหายใจ 2 – 4 ครั้ง ต่อนาที สำหรับสัตว์น้ำ อย่าง วาฬ หายใจ 1 ครั้ง ในรอบ 20 นาที โดยอายุเฉลี่ย 100 ปี  ก็ถือว่ามีอายุทื่ยืนยาวมากๆเลยค่ะ

เพราะฉะนั้นเรื่องของการหายใจ จึงมีความสัมพันธ์อย่าวมาก ต่ออายุของคนเรา เพราะหากว่ายิ่งหายใจเข้า – ออก มีความช้ามาเท่าไหร่ เราก็จะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการหายใจที่ถูกวิธีนั้น คือการหายใจต้องใช้กระบังลมหายใจ ซึ่งหน้าท้องจะยุบ พอง ไปตามการหายใจเข้าออก เพราะฉะนั้นการสูดลมหายใจยาวๆ และลึกๆ หากว่าหายใจเป็นจังหวะ ก็ช่วยให้เราหายใจช้าๆ เข้ามาในร่างกาย ก่อนจะผ่อนลมหายใจออก

ขอบคุณบทความจาก : women.thaiza.com

หลังทานอาหารไม่ควรทำสิ่งต่อไปนี้

หลังทานอาหารไม่ควรทำสิ่งต่อไปนี้

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่นั้น มันเป็นการทำร้ายสุขภาพร่างกายของตนเองไปโดยที่ไม่รู้ตัว และส่งผลเสียต่อร่างกายของตนเองด้วยค่ะ ซึ่งภายหลังรับประทานอาหารจึงไม่ควรทำสิ่งดังต่อไปนี้

ภายหลังจากการทานอาหารเสร้จแล้ว ไม่ควรดื่มชา เพราะการดื่มชานั้นจะส่งผลต่อการย่อยสารโปรตีน ออกไปจากอาหารซึ่งจะทำได้ยากมากๆเลยล่ะ

ไม่ควรทานผลไม้หลังจากทานอาหารเสร็จทันที่ ซึ่งผลไม้จะทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหาร ส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อเกิดขึ้นมาได้

ไม่ควรอาบน้ำทันที่ที่ทานขาวเสร็จ ซึ่งจะส่งผลทำให้จำนวนเลือด ที่ไปช่วยเลี้ยงกระเพาะอาหารลดลงไปกว่าเดิม และยังทำให้การย่อยอาหารไม่เป็นปกติ

ไม่ควรสูบบุหรี่หลังจากทานอาหารเสร็จ เพราะการสูบบุหรี่นั้น ยังทำให้ร่างกายเป้นโรคมะเร็งด้วยค้ะ

หากว่าเราสวมเข็มขัด ไม่ควรคลายเข็มขัดหลังจากที่ทานอาหารอิ่มเรียบร้อยแลว ซึ่งการคลายเข็มขัดนั้นจะยิ่งทำให้ลำไส้บิดตัว ทำให้เกิดการอุดตันเกิดขึ้นมาได้ด้วยค่ะ

ทานข้าวเสร็จไม่ควรเดิน เพราะการเดินจะทำให้ระบบย่อยของร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าไปในร่างกายของเราได้

ทานอาหารเสร็จแล้วไม่ควรรีบเข้านอน ควรรอให้อาหารในร่างกายย่อยเสียก่อน หากว่าอาหารไม่ย่อย ก็อาจะทำให้เกิดโรคติดเชื้อ เกิดลมในกระเพาะอาหารร่างกายของเราได้

รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมดูแลตนเอง โดยไม่ทำสิ่งต่อไปนี้หลังจากทานอาหาร

ขอบคุณบทความจาก : health.haijai.com

ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้าสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคได้

ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้าสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคได้

การที่มีความเครียดมากๆ และมีความซึมเศร้าเกิดขึ้นมาบ่อยๆนั้น รุ้ไหมว่าร่างกายจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอาการเหล่านี้หากว่ามีอาหารสะสมเป็นระยะเวลานานๆ จะยิ่งมีความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาการเครียด หรือแม้แต่ความซึมเศร้าไม่ว่าใครคนไหนก็สามารถมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้ทั้งนั้น ซึ่งจะมาจากกาทำงาน เรื่องของครบครัว เรื่องของเงินที่ไม่พอใช้ในครอบครัว เพราะฉะนั้นมันจึงทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องที่มีความเลวหลายมากขึ้นกว่าเดิม

เพราะฉะนั้นแล้วเราจะมีวิธีการอย่างไร เพื่อช่วยลดความเครียด ความซึมเศร้าของอาการเหล่านี้ออกไปได้ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม และช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่มีความอันตรายได้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นหากว่าเราพยาบามทำจิตใจให้มีความสุข ยายามไม่คิดเรื่องต่างๆที่จะมาทำร้ายสุขภาพร่างกายของตนเอง พยายามไม่มีเรื่องมากระทบกระเทือนจิตใจของตนเอง ก็จะสามารถช่วให้ความเครียด ความซึมเศร้าที่เกิดขึ้นมานั้น มีอาการที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อช่วยเสริมภูมคุ้มกันร่างกายให้มีความแข็งแรง

เมื่อเรารู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ที่มาทำร้ายสุขภาพร่างกายของเรา การหาวิธีการแก้ไข และให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพร่างกายอขงตนเองเพิ่มมากขึ้น ไม่ส่าจะเป็นสุขภาพกาย จิตใจ อารมณ์ก็มีความสำคัญด้วยไม่น้อย การออกกำลังกายบ้าง เพื่อช่วยให้จิตมีความเบิกบาน และที่สำคัญอย่าลืมเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเสมอค่ะ

ขอบคุณบทความจาก : health.haijai.com

ความเสี่ยงของอาหารที่มีกรดยูริคสูง

ความเสี่ยงของอาหารที่มีกรดยูริคสูง

การรับประทานอาหารที่มีดีต่อร่างกาย ก็จะส่งผลดีต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วการทานอาหารที่มีกรดยูริคเข้ามาในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงที่มีอันตรายต่อร่างกาย

ซึ่งกรดยูริค ส่งผลทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงทำให้เกิดอาการข้ออักเสบ มีอาการปวดตามข้อ อาการของโรคเกาท์  หากว่ามีอาการปวดตามข้อ เกิดอาการปวดกระดูก ซึ่งอาจขจะเนื่องมาจากกรดยูริคที่มีอยู่ในอาหารที่สูง เพราะฉะนั้นการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริคเข้ามาในร่างกาย จะสามารถช่วยดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดีมากๆค่ะ

ส่วนอาหารที่มีกรดยูริคสูง หรืออาหารที่มีพิวรีนสูง เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อสุขภาพร่างกาย ดังต่อไปนี้ค่ะ

งดการทานเครื่องในสัตว์ ไม่ว่าจะแป็น ตับ ไต หัวใจ กึ๋น เซี่ยงจี๊

งดทานเนื้อสัตว์อย่างสัตว์ปีกชนิดต่างๆ

การรับประทานผักยอด อย่างการทาน กระถิน ชะอม หน่อไม้ ผักโขม

การรับประทานถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง

อาหารทะเล อย่าง กุ้ง หอย ปลาไส้ตัน กะปิ ปลาอินทรีย์ ปลากระพงแดง ซึ่งอาหารเหล่านี้จะมีกรดยูริคอยู่ด้วย

อาหารบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปที่ต้มจากกระดูก เนื้อวัว และไก่งวง

ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  เพื่อสุขภาพร่างกายของตนเอง

หากว่าร่างกายได้รับกรดยูริคเข้ามาในร่างกาย แต่ก็สามารถขับออกไปได้โดยทางปัสสาวะ แต่หากว่าร่างกายไม่สามารถขับออกไปได้หมด อาจจะต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริคเข้ามาในร่างกาย จะได้ช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของตนเอง จากการเกิดโรคได้ค่ะ

ขอบคุณบทความจาก : เกร็ดความรู้.net

ผมร่วงเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ผมร่วงเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

การที่มีเส้นผมมีการร่วงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยที่หลายคนอาจะไม่รู้ถึงสาเหตุของเส้นผมที่มีการร่วงมากขึ้นกว่าเดิมจากปกติ เพราะฉะนั้นเราจะมารู้ถึงสาเหตุของอาการผมร่วงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีสาเหตุการร่วงดังต่อไปนี้ค่ะ

-ปัญหาของเส้นผมที่มีอาการร่วงมากนั้น ซึ่งมาจากสไตลิ่งผมด้วยการใช้ไฟฟ้า ที่มีความร้อนสูงมากๆมาทำร้ายผม การไดร์ผม การทำผมด้วยการม้วนเกลียวผม ด้วยการใช้แกนม้วนผมไฟฟ้า การรีดผมด้วยความร้อน และใช้การหวีผมแรงๆ ก็จะทำให้ผมมีการร่วงมากขึ้นกว่าเดิมได้ค่ะ

-อาการผมร่วงที่มากขึ้นกว่าเดิม หากว่ามีความเครียดบ่อย ร่างกายมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ การทำงานหนักจนเกินไป เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้ผมมีการร่วงมากขึ้นได้นั้นเองค่ะ

- การที่ผมร่วงมากๆ ที่เนื่องมาจากการลดน้ำหนักที่มีความเคร่งครัดมากๆ จนเกินไป การลดน้ำหนักโดนงดการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม เพราะฉะนั้นเส้นผมจึงมีการขาดร่วง เส้นผมขาดสารอาหารขาดการบำรุงที่เส้นผม เส้นผมจึงขาดร่วงได้ง่ายกว่าเดิม

-เส้นผมที่โดนทำร้ายด้วยสารเคมีแรงๆ จากการทำสี การยืด การตัด ที่มีกาทำร้ายผมอย่างต่อเนื่อง

-เส้นผมขาดสารอาหารมาบำรุงเส้นผม การช้ดผมที่เปียกด้วยความรุนแรงจนเกินไป กำมห้ผมร่วงมากขึ้น

เมื่อเรารู้ถึงสาเหตุของผมร่วง ก็อย่าลืมใส่ใจการดูแลสุขภาพเส้นผม เพื่อช่วยลดการร่วงของเส้นผมให้ลดลงได้

ขอบคุณบทความจาก : เคล็ดลับสุขภาพ.com

อาหารที่ทำร้ายสุขภาพ ทำให้แก่เร็ว

อาหารที่ทำร้ายสุขภาพ ทำให้แก่เร็ว

การรับประทานอาหารบ้างชนิด ที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกาย ทานอาหารตามใจปากมากจนเกินไป นอกจากจะทำให้แก่เพิ่มมากขึ้น และยังทำร้ายสุขภาพร่างกายของตนเองด้วยค่ะ

การรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัด อาหารที่มีไขมัน แป้ง ขนมหวานต่างๆ เข้ามาในร่างกายบ่อยๆ เพราะฉะนั้นแล้วความหวานจะทำให้เกิดโรคอ้วน และส่งผลให้มีริ้วรอยที่ผิวพรรณมากขึ้นกว่าเดิมด้วยค่ะ

การทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ ซึ่งจะมีอยู่ในมาร์การีน เนยเทียม  เบเกอรี คุกกี้ เฟรนช์ฟรายด์ เพราะว่าในอาหารเหล่านี้จะมีอยู่ในปริมาณที่มาก เพราะฉะนั้นแล้วจึงทำให้ผิวขาดความหยืดยุ่น ผิวไม่กระชับ ทำให้ร่างกายมีไขมันสะสมในส่วนต่างๆของร่างกายเพิ่มมากขึ้นหากว่ารับประทานเนประจำ

พยายามลดการทานอาหารทอด โดยการทอดที่ผ่านการทอดซ้ำด้วยน้ำมันเดิมๆหลายๆครั้ง

ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มนี้เองจะทำให้แก่เร็ว และยังทำร้ายสุขภาพร่างกายของตนเองด้วยค่ะ

การหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้ผิวมีความอ่อนเยาว์ สุขภาพดี ด้วยการทาน ผักผลไม้ พืชสมุนไพร อาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอี เพื่อมาช่วยชะลอความเสื่อมของผิว และช่วยให้มีสุขภาพดีควบคู่ไปด้วยค่ะ

การดูแลสุขภาพที่ดี อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะว่าน้ำนั้นจะช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวพรรณได้รับน้ำมาช่วยหล่อเลี้ยงผิวให้สดใสอยู่เสมอ  น้ำยังช่วยขับสารพิษของเสียออกมาจากร่างกาย ในแต่ละวันได้ด้วยค่ะ

ขอบคุณบทความจาก : health.kapook.com

การออกกำลังกายช่วยลดโรค

การออกกำลังกายช่วยลดโรค

รู้ไหมว่าการออกกำลังกายเป็นประจำนั้น ยั้งสามารถช่วยลดโรค ช่วยให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการออกกำลังกายตามกำหนดเวลา เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานออกไปจากร่างกาย ให้ได้ 150 แคลอรี่ และออกกำลังกายให้ได้เป็นประจำติดต่อกัน 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งการออกกำลังกายยังสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรค เพียงแค่ร่างกายได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายให้ได้เป็นประจำ อาจจะเคลื่อนไหวครั้งละ 10 นาที ให้ครบทั้ง 30 นาที เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานออกไปจากร่างกายได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเล่นกีฬาชนิดต่างๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้มีระบบการเผาผลาญพลังงานที่ร่างกายให้ได้ 150 แคลอรี่เป็นอย่างน้อย แต่การทำงานบ้านก็สามารถช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานออกไปจากร่างกายได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

การทำงานบ้านเพื่อช่วยออกกำลังกาย เช่น การเช็ดหน้าต่าง  กระจก  การกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจานชาม การเดินขึ้นลงบันได การปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ ปั่นจักนยาน กระโดเชือก ว่ายน้ำ ซึ่งการทำกิจกรรมต่างๆแบบนี้ ร่างกายจะสามารถได้มีการเคลื่อนไหว ช่วยให้ร่างกายเรียกเหงื่ออกมาจากร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม

เพราะฉะนั้นแล้วการออกกำลังกาย ยังช่วยให้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงช่วยลดการเกิดโรค ช่วยให้สุขภาพร่างกายที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่เราหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุวัยไหนก็ตาม ก็จะมีร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ด้วยค่ะ

ขอบคุณบทความจาก : news.voicetv.co.th

วิธีการช่วยบรรเทาอาการเสียงแห้ง

วิธีการช่วยบรรเทาอาการเสียงแห้ง

หากว่าอยู่ดีๆก็มีอาการเสียงแห้งเกิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว พูดออกมาไม่มีเสียง เสียงแหบ ซึ่งอาการแบบนั้นที่เกิดขึ้นมา เป็นเพราะว่าติดเชื้อไวรัส การที่ใช้เสียงในการพูดมาเกินไป เพราะฉะนั้นแล้วจึงทำให้เกิดอาการเสียงแหบเกิดขึ้นมาได้ค่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงมีวิธีการมาช่วยบรรเทาอาการเสียงแหบให้มีอาการที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้กลับมามีเสียงใสๆเหมือนเดิมได้ค่ะ

การรักษาความสะอาดของมือ ควรล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดเชื้อโรคเข้ามาในร่างกาย

อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเสมอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง

เลือกทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเข้ามาในร่างกาย

ลองใช้สมุนไพรจีน อบ่าง Astragalus เพื่อมาช่วยกระตุ้นอิมมูนซิสเต็มที่ร่างกาย

ปรับเปลี่ยนการพูดจากการพูดเสียงดัง มาเป็นการพูดด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิม

ช่วงที่มีเสียงแหบให้ดื่มน้ำให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

พยายามดูแลร่างกายทำให้ร่างกายมีความอบอุ่นอยู่เสมอ เพื่อจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

พยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้ยาประเภทแอนติไบโอติก เพราะยาชนิดนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากเราจะใส่ใจการดูแลสุขภาพร่างกายเพิ่มมากขึ้น

อาการเสียงแหบนั้น ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้ยาบรรเทาอาการคัดจมูก เพราะการใช้ยาจะยื่งทำให้อาการคอแห้ง เสียงแหบกว่าเดิมค่ะ

เพราะฉะนั้นแล้วหากว่ามีอาการเสียงแหบเกิดขึ้นมา ก็อย่าลืมใส่ใจในการดูแลสุขภาพร่างกาของตนเองเป็นอันดับแรกๆเลนจะดีที่สุด เพื่อช่วยให้เสียง กลับคืนมาเพียงแค่ดูแลรักษาด้วยตนเอง

ขอบคุณบทความจาก : chivitchiva.com